| แนวทางแก้ปัญหามลพิษจากฟาร์มหมู |
ฟาร์มเลี้ยงหมูกับปัญหาสิ่งแวดล้อม
เป็นเรื่องที่มีปัญหาต่อกันเรื่อยมา ทำอย่างไร
การเลี้ยงหมูจะสามารถอยู่คู่กับสิ่งแวดล้อมได้
โดยไม่ก่อปัญหาเหมือนที่ผ่านมา ในเรื่องดังกล่าว คุณสุจิตรา กันยาวิลาศ
นักวิชาการสิ่งแวดล้อม 5 กลุ่มเทคโนโลยีการจัดการมลพิษ
ฝ่ายคุณภาพสิ่งแวดล้อมและห้องปฏิบัติการ กรมควบคุมมลพิษ
ได้ให้ข้อแนะนำเกี่ยวกับการจัดการมลพิษภายในฟาร์มหมู
ซึ่งมีทั้งการป้องกันก่อนเกิดปัญหา และควบคุมเมื่อมีการปล่อยมลพิษ
อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดโลกร้อนอีกด้วย
โดยคุณสุจิตรา บอกว่า ของเสียที่เกิดจากการเลี้ยงหมู ประกอบด้วย ของเสียจากตัวหมู ประกอบด้วยมูลและน้ำปัสสาวะจากหมู ของเสียจากวิธีการเลี้ยง เช่น น้ำล้างพื้นคอก เศษอาหารที่ตกค้าง ภาชนะบรรจุหรือถุงอาหารหมูที่ปนเปื้อน หากไม่มีการจัดการของเสียเหล่านี้ให้ถูกวิธี ของเสียก็จะแปรสภาพเป็นมลพิษต่างๆ จนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ "โดยถ้าหากมลพิษบางประเภทอยู่ในสภาวะหนึ่งที่แบคทีเรียกลุ่มไม่ใช้อากาศ สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นก๊าซมีเทนและก๊าซไนตรัสออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจก โดยก๊าซเหล่านี้เมื่อออกสู่บรรยากาศจะส่งผลกระทบต่อชั้นโอโซน ทำให้แสงอาทิตย์ส่องทะลุผ่านชั้นบรรยากาศมาสู่พื้นโลกได้มากขึ้น และกักเก็บความร้อนไว้ในโลก ซึ่งเป็นที่รู้จักกัน โดยเรียกว่า สภาวะเรือนกระจก อันจะมีผลทำให้โลกร้อนขึ้นนั่นเอง" คุณสุจิตรา กล่าวต่อไปว่า ในการแก้ไขปัญหามลพิษต่างๆ จากฟาร์มหมูนั้น สามารถทำได้ด้วยหลักการจัดการมลพิษ ซึ่งมีหลายวิธี ได้แก่ - การลดมลพิษจากต้นทางที่แหล่งกำเนิด (Source Reduction) เป็นการลดของเสียตั้งแต่ต้นเหตุคือตัวหมู สามารถทำได้หลายอย่าง ได้แก่ หนึ่ง การเปลี่ยนแปลงผลผลิต เช่น การเปลี่ยนการเลี้ยงจากหมูขุนเป็นการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ การคัดเลือกสายพันธุ์ที่มีอัตราการเจริญเติบโตเร็ว มีอัตราการแลกเนื้อสูง สอง การควบคุมการผลิต เช่น การเปลี่ยนวัตถุดิบที่ใช้เป็นอาหารสัตว์ให้มีคุณภาพเหมาะสมกับระยะการเจริญ เติบโตของหมู และช่วยลดการเกิดมลพิษจากมูลและปัสสาวะหมูได้ - การใช้ซ้ำ/ ใช้หมุนเวียน (Reuse/ Recycle) เราสามารถนำของเสียจากฟาร์มหมูมาใช้ซ้ำได้โดยตรง เช่น การนำมูลหมูและน้ำเสียจากฟาร์มมาใช้ปรับปรุงดิน หรือทำเป็นปุ๋ยสำหรับพืช หรือนำไปเลี้ยงปลา การนำเศษอาหารที่ตกหล่นหรืออาหารเก่าไปเลี้ยงปลา การนำถุงอาหารสัตว์ที่ใช้แล้วมาใช้บรรจุมูลหมู เพื่อนำไปจำหน่ายและลดการใช้ถุงพลาสติค หรือการหมุนเวียนมูลสุกรตากแห้งไปผสมในอาหารสัตว์ เป็นต้น - การบำบัดของเสีย (Treatment) เราสามารถเลือกระบบบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสมกับน้ำเสียที่มาจากฟาร์มหมูได้ โดยมีปัจจัยที่ใช้ในการเลือกระบบ ได้แก่ ความสกปรกและปริมาณน้ำเสีย พื้นที่สำหรับจัดทำระบบบำบัดน้ำเสีย เงินลงทุนซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็ว่าได้ แต่มีประเด็นการนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งจะกล่าวถึงในหัวข้อต่อไป - การนำไปใช้ประโยชน์ (Utilization) เป็นกระบวนการที่นำของเสียที่ผ่านการบำบัดจากฟาร์มหมูไปใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้ของเกษตรกรเอง เช่น การจำหน่ายน้ำหรือตะกอนที่ผ่านการบำบัดแล้วเพื่อทำเป็นปุ๋ย การผลิตไบโอแก๊สโดยระบบบำบัดแบบไม่ใช้อากาศ เป็นต้น - การทำลาย (Disposal) คือการกำจัดของเสียให้หมดหรือเหลือน้อยที่สุด โดยวิธีการใดๆ เช่น การเผา การฝังกลบ เป็นต้น โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูสามารถเลือกใช้รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง หรือผสมผสานกันเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหามลพิษภายในฟาร์มของท่านให้ ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานได้ ซึ่งหากสนใจข้อมูลการจัดการของเสียจากฟาร์มหมู ติดต่อเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือให้ปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมสำหรับฟาร์มหมู โทร. (02) 298-2558 (02) 298-2137 หรือทางเว็บไซต์ www.thaiecac.net |






0 comments:
Post a Comment